ญี่ปุ่นได้ทำการซื้อไร่กังหันลมไอริชมูลค่ากว่า 300 ล้านยูโร

สินทรัพย์ที่ประกอบไปด้วยไร่กังหันลม 4 ไร่ที่กำลังดำเนินการอยู่ และคาดว่าไร่ที่ 5 จะดำเนินการภายในปีหน้า
ไมเคิล เมอร์เนน ผู้ประกอบการด้านพลังงานหมุนเวียน และผู้สนับสนุนเงินทุนจากอังกฤษ ได้ขายหุ้นรายใหญ่เป็นยอดรวมของไร่กังหันลมในมึนสเตอร์และคอนน็อท มูลค่าราว 300 ล้านยูโร ให้กับกลุ่มประเทศญี่ปุ่น
โซจิตส์ คอร์ปอเรชั่น บริษัทการค้าการลงทุนจากโตเกียว มิตซุบิชิ ยูเอฟเจ และบริษัท เช่าการเงินและสาธารณูปโภค คันไซ อิเล็คทริค พาวเวอร์ ได้เปิดเผยไปเมื่อวันจันทร์ว่าพวกเขาได้ซื้อหุ้น 60% ในบริษัทที่อยู่เบื้อหลังสินทรัพย์ซึ่งมีความสามารถในการให้พลังงานแก่ที่พักอาศัยเป็นจำนวน 150,000 ครัวเรือน
ผู้ขาย อินวิส เอเนอร์จี ได้จัดตั้งขึ้นมาให้เป็นบริษัทร่วมทุนกันระหว่างบริษัทวิศวกรรมและพลังงานลมของคุณเมอร์เนนอย่าง เครเดิล กรุ๊ป กับ เอชจี แคปปิตอล บริษัทหลักทรัพย์เอกชนจากสหราชอาณาจักร ซึ่งทั้งคู่ถือหุ้นอยู่ 40%
สินทรัพย์นี้มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 223 เมกะวัตต์ ให้พลังงานแก่ไร่กังหันลม 4 ไร่ให้สามารถดำเนินงานได้อยู่ ซึ่งไร่ที่ห้านี้คาดการณ์ว่าจะนำออกมาใช้ภายในต้นปี 2018
ภาคพลังงานลมในไอร์แลนด์มีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา โดยกลุ่มพลังงานนิวเคลียร์ทั่วไปของจีนได้กว้านซื้อสินทรัพย์ที่เป็นไร่ผลิตพลังงานลมกว่า 230 เมกะวัตต์จากแกเลคทริคเมื่อเดือนธันวาคม ขณะที่กรีนโค้ท รีนูเวเบิลที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่ ซื้อกิจการไปก่อนแล้ว 137 เมกะวัตต์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมาจากคู่ค้าของเขา บรูคฟิลด์ รีนูเวเบิล จากแคนาดา
สินทรัพย์ของบรูคฟิลด์เท่ากันกับกิจการพลังงานลมที่บริษัทเพิ่งซื้อไปเมื่อปี 2014 จาก Bord Gáis ที่ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น เออร์เวีย ภายใต้เงื่อนไขของโครงการช่วยเหลือทางการเงินระหว่างประเทศของไอร์แลนด์

นักลงทุน
กรีนโค้ท รีนูเวเบิล เกิดการลอยตัวในตลาดหุ้นไอริชหลังจากที่นักลงทุนได้ระดมทุนไปถึง 270 ล้านยูโร พร้อมทั้งมีแผนจะเข้าซื้อสินทรัพย์ไอริชเพิ่มเติม ในตลาดพลังงานลมที่แยกส่วนในสาธารณรัฐ
ไม่มีการตอบกลับจากออฟฟิศของคุณเมอร์เนน
อย่างไรก็ตาม ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าสมาคมที่อยู่เบื้องหลังการรวมบริษัทของอินวิสมีแผนจะลงทุนด้านพลังงานลมในไอร์แลนด์

สินทรัพย์
สินทรัพย์ในการทำธุรกรรมครั้งนี้ประกอบไปด้วย ไร่กังหันลมบนภูเขาสแตกส์ ในเคาน์ตี้ เคอร์รี่ โครงการชื่อ Leitir Gungaid ในเคาน์ตี้ กัลเวย์ และการพัฒนาที่น็อคดัฟฟ์ เคาน์ตี้ ค็อก
ข้อตกลงแสดงให้เห็นถึงการลงทุนกับพลังงานลมในยุโรปเป็นครั้งแรกของสมาชิกกลุ่มประเทศญี่ปุ่นทั้งสาม และตามที่ อินวิส กล่าว “เป็นก้าวแรกของการพัฒนาฐานพลังงานทดแทนในความร่วมมือกับคู่ค้าประสบความสำเร็จ”
การทำธุรกรรมดังกล่าวดำเนินการโดยบริษัทญี่ปุ่นที่ถือหุ้น 60% ในนามของ เอวาแลร์ จำกัด บริษัทไอริชที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งถูกตั้งขึ้นมาเพื่อนำไร่กังหันลมกำลังไฟฟ้า 223 เมกะวัตต์มาเก็บไว้ภายในบริษัท ตามคำแถลงของ มิต ซุบิชิ ยูเอฟเจ

บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของญี่ปุ่นเตรียมสนับสนุนแคบเบจ ระบบกู้เงินออนไลน์เพื่อธุรกิจสตาร์ทอัพ

แคบเบจ ระบบกู้เงินออนไลน์เพื่อธุรกิจสตาร์ทอัพมูลค่ากว่าพันล้านเหรียญสหรัฐ ได้ประกาศการทำตราสารเงินทุนกับ Softbank เทเลคอม ยักษ์ใหญ่ด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของญี่ปุ่น ตามที่ได้มีการแถลงข่าวไป

Softbank เทเลคอม ยักษ์ใหญ่ด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของญี่ปุ่น
http://tm.softbank.jp/english/personal/

แคบเบจ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2008 เพื่อทำลายช่องว่างในการกู้เงินมาลงทุนทำธุรกิจ มีลูกค้าอยู่ในระบบถึง 100,000 คน ปล่อยเงินให้กู้ไปแล้วกว่า 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐในการระดมทุนให้กับธุรกิจทั้งขนาดเล็ก และขนาดกลางที่เพิ่งจะตั้งไข่

นอกจากนี้ แคบเบจยังคอยสนับสนุนเครื่องใช้สอยอัตโนมัติให้กับธนาคารสาขาใหญ่ๆเช่นซานแทนเดอร์และสโคเชียแบงค์

ซอฟต์แบงค์ บริษัทแม่ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทั้งของ Yahoo! ประเทศญี่ปุ่น และ Sprint ผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ตามที่ร็อบ โฟรไวน์ ผู้ก่อตั้งร่วมและซีอีโอของแคบเบจกล่าวไว้ การลงทุนที่มีมูลค่าหลายล้านเหรียญสหรัฐของซอฟต์แบงค์นี้ แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มเงินทุนครั้งใหญ่ในพื้นที่กู้ยืมเงินแก่บรรดาธุรกิจดิจิทัลขนาดเล็กทั้งหลาย

“ด้วยการลงทุนครั้งนี้ แคบเบจจะสามารถขยายการกู้ยืมผลิตภัณฑ์ของตนให้ไปสู่ธุรกิจขนาดเล็กได้อย่างกว้างขวางขึ้น และสำรวจการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องแก่ลูกค้าของตนไปพร้อมๆกันได้” เขาตอบกลับในอีเมล ส่งถึง บิสเนส อินไซเดอร์ โดยโฆษกแถลงข่าว

ตามที่โฟรไวน์กล่าวไว้ ว่าการระดมทุนนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถจัดหาผลิตภัณฑ์ ออกใบแจ้งหนี้และการชำระเงินให้แก่ลูกค้าได้อย่างเฉพาะเจาะจง นอกจากนี้ยังช่วยให้บริษัทปรับแต่ง แก้ไขข้อเสนอของพวกเขาเองในโอกาสต่อๆไปได้อีกด้วย

“ร้านอาหาร ธุรกิจก่อสร้าง และร้านค้าขายปลีกพวกนี้ จะมีโมเดลธุรกิจที่แตกต่างกัน ฤดูกาลที่ต่างกัน รวมไปถึงการสะพัดของเงินก็ต่างกัน” โฟรไวน์กล่าว “เราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินควรได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับพวกเขา ไม่ใช่ยัดทุกอย่างไปให้หมด”

การระดมทุนของซอฟต์แบงค์ครั้งนี้ นำพาให้ยอดของเงินลงทุนสูงถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐ และตามรายงานจากโฆษกของแคบเบจ กล่าวว่าแคบเบจมีมูลค่าประมาณ 1 พันล้านเหรียญเมื่อปี ค.ศ. 2016

บริษัทญี่ปุ่นทำการซื้อกิจการซาโดลิน เพ้นท์ในแอฟริกาตะวันออกได้สำเร็จ

จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท คันไซ เพ้นท์ ประเทศญี่ปุ่น ได้เข้าซื้อกิจการของบริษัท ซาโดลิน เพ้นท์ อูกันดา จำกัด โดยเจ้าหน้าที่ที่เป็นตัวแทนของทั้งสองบริษัทได้จัดงานแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนขึ้นที่โรงงานมูลค่า 10 ล้านยูเอสดอลลาร์ของบริษัท ที่ตั้งในใจกลางนิคมอุตสาหกรรมนามันวี นอกเมืองกัมปาลาเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่ได้เปิดเผยถึงจำนวนเงินที่ใช้ซื้อกิจการ อีกทั้งคันไซยังได้กรรมสิทธิ์ในการดำเนินงานของซาโดลินทั้งหมดในแอฟริกาตะวันออกอีกด้วย
คริส นูเกนท์ กรรมการผู้จัดการของซาโดลินกล่าวว่า ทั้งผลิตภัณฑ์และการบริการของบริษัทยังคงเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด “มีแต่ชื่อเท่านั้นแหละที่เปลี่ยน” เขากล่าว “ไม่ว่าจะพนักงาน ราคาสินค้า หรือโลโก้บริษัทก็ยังคงเดิม”
เขากล่าวอีกว่า เราเริ่มมีการคิดชื่อใหม่ให้กับซาโดลินและคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในหกอาทิตย์ข้างหน้า
นูเกนท์ไม่ได้เผยรายละเอียดที่มาของการซื้อกิจการในครั้งนี้ “มันมีเรื่องของข้อผูกมัดบางอย่างที่ไม่ลงรอยกันกับคู่ค้าของเราในเรื่องของข้อกำหนดใช้สี” เขากล่าว
วิม แบรมเมอร์ กรรมการผู้จัดการของคันไซ พลาสคอน อีสต์ แอฟริกา ที่ตั้งอยู่ในไนโรบี ประเทศเคนยา กล่าวว่า เขายินดีกับการซื้อกิจการครั้งนี้ เพราะยี่ห้อนี้เป็นที่รู้จักกันดีในอูกันดา เพิ่มเติมคือเราก็จะสามารถร่วมมือกันวางแผนเพื่อขยายขอบเขตการลงทุนไปถึงแอฟริกาตะวันออกและเขตที่เหลืออื่นๆในแอฟริกาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เขากล่าวเสริมอีกว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างในอูกันดาเริ่มเติบโตมากขึ้นเช่นเดียวกับชนชั้นแรงงานที่เพิ่มขึ้นตาม ทำให้ความต้องการอุปกรณ์ก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงสีด้วยเช่นกัน
“ผมมีความยินดีที่จะประกาศว่าเราได้ทำการซื้อซาโดลินที่เต็มไปด้วยพนักงานมากความสามารถมาได้สำเร็จ” เขากล่าว “เราจะทำการนำเข้าเทคโนโลยีใหม่ๆ ทันสมัยเข้ามาเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทอย่างแน่นอน” แบรมเมอร์กล่าว
ตามที่นูเกนท์กล่าว ซาโดลินก่อตั้งขึ้นในประเทศอูกันดา เมื่อปี ค.ศ. 1963 และเป็นผู้ควบคุมตลาดสีก่อสร้างกว่า 60% อูกันดามีบริษัทที่ทำกิจการเรื่องสีก่อสร้างแบบจริงๆจังๆไม่ถึง 5 บริษัท

เกร็ดน่ารู้

คันไซเพ้นท์เป็นบริษัทสากลที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ที่ญี่ปุ่น จีน เอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรปและแอฟริกา ผลิตภัณฑ์ของบริษัทนี้เกี่ยวข้องกับงานอุตสาหกรรม ตกแต่ง สีป้องกันบ้าน ตึกอาคาร และกลุ่มยานยนต์ ทางบริษัทมีสถาบันวิจัยและพัฒนาอยู่ที่ญี่ปุ่น อินเดียและแอฟริกาใต้